โรคคลั่งดอกทิวลิป ฟองสบู่แตกครั้งแรกของประวัติศาสตร์ | Point of View - YouTube

Channel: Point of View

[0]
นี่ทุกคนรู้ไหม?
[1]
ทิวลิปดอกนึงเนี่ย เคยแพงถึงขนาดที่ซื้อบ้านได้ทั้งหลังเลยค่ะ
[4]
สวัสดีค่ะ วิวจากแชนเนล Point of View ค่ะ
[6]
หลายคนน่าจะแปลกใจนะคะว่า คลิปนี้โผล่มาจากไหน?
[9]
เพราะว่าในคลิปที่แล้วเนี่ย
[10]
วิวบอกทุกคนไปว่า นั่นคือ คลิปสุดท้ายของปี 2020 แล้ว
[13]
แต่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันยังมีเรื่องราวอะไรต่างๆ อีกมากมาย
[17]
ที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่วันก่อนหมดปีนะคะ
[20]
ดังนั้นวิวก็เลยอดไม่ได้ค่ะ
[22]
พอมันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็รู้สึกว่า
[24]
ควรจะมาอัดคลิปเนี่ย เล่าเกาะกระแสกับเค้าด้วยเหมือนกันค่ะ
[27]
ซึ่งสำหรับคลิปในวันนี้ที่วิวจะเล่าให้ทุกคนฟังเนี่ยนะคะ
[30]
เป็นคลิปเรื่องราวในประวัติศาสตร์เรื่องนึงค่ะ
[32]
ที่เป็นเรื่องราวที่ใหญ่มากๆ เลยนะคะ
[34]
และถ้าสมมติว่า ใครสามารถตีความวิเคราะห์อะไรต่างๆ ได้
[38]
ก็จะเข้าใจค่ะว่า ประวัติศาสตร์ของเราเนี่ย มันซ้ำรอยเสมอนะคะ
[41]
ดังนั้นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่วิวกำลังจะเล่าให้ทุกคนฟังเนี่ย
[45]
มันอาจจะมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์อะไรบางอย่าง
[47]
ที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้นะคะ
[49]
ส่วนตัววิวเนี่ยจะไม่วิเคราะห์ให้ฟังนะคะ
[51]
อยากปล่อยให้ทุกคนเนี่ยได้ไปวิเคราะห์กันเองค่ะ
[53]
ว่ามันคล้ายคลึงกับเหตุการณ์อะไรที่เกิดอยู่ ณ ตอนนี้เลยนะคะ
[57]
ดังนั้นถ้าสมมติว่า พร้อมที่จะฟังเรื่องราวที่ทั้งสนุก
[60]
แล้วก็ได้สาระกันแล้ว
[61]
ก็ไปฟังกันเลยค่ะ
[67]
ทุกวันนี้เนี่ยนะคะ
[67]
เชื่อว่า เราผ่านวิกฤตทางการเงินมาหลายต่อหลายรอบกันแล้วใช่ไหมคะ?
[71]
ซึ่งในทุกครั้งเนี่ย เราก็จะได้ยินคำพูดที่เราคุ้นหูกันดีค่ะ
[74]
ก็คือ ฟองสบู่แตก นั่นเอง
[76]
ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตฟองสบู่แตกของต้มยำกุ้ง
[79]
วิกฤตฟองสบู่บิตคอยน์ (Bitcoin) แตก
[82]
ฟองสบู่คอนโด
[83]
ฟองสบู่อะไรเต็มไปหมดเนี่ยนะคะ
[85]
แต่รู้กันไหมคะว่า คำว่า ฟองสบู่แตก เนี่ย
[87]
มันคืออะไร?
[88]
มันมีที่มาจากไหน?
[90]
ทำไมต้องเป็นฟองสบู่แตก?
[91]
และฟองสบู่แตกครั้งแรกของประวัติศาสตร์เนี่ย
[93]
เกิดขึ้นที่ไหนค่ะ
[95]
วันนี้วิวรวบรวมเอาข้อมูลพวกนี้ มาเล่าให้ทุกคนฟังแล้วนะคะ
[97]
เริ่มจากอย่างแรกก่อนเลย
[99]
ฟองสบู่คืออะไร?
[100]
แล้วทำไมต้องเป็นฟองสบู่แตก?
[102]
คำว่า ฟองสบู่แตก เนี่ยนะคะ
[103]
แปลง่ายๆ แบบภาษาบ้านที่สุดก็คือ
[106]
การที่ของสิ่งนึงเนี่ย มีราคาแพงขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆๆ
[110]
โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลค่าของของสิ่งนั้นค่ะ
[113]
คืออยู่ดีๆ มันก็แพง
[115]
แพงแบบที่ตัวของๆ มันเองเนี่ย ไม่ได้มีมูลค่านะคะ
[118]
จนคนเนี่ยรู้สึกว่า เฮ้ย ของสิ่งนี้กำลังแพง แล้วมันก็แพงขึ้นทุกวัน
[122]
เดี๋ยวในอนาคตมันจะต้องแพงขึ้นอีกแน่ๆ
[124]
ก็ทำให้คนเนี่ย เข้ามาซื้อๆ กันมากๆ นะคะ
[127]
จนกระทั่งของสิ่งนั้นเนี่ย แพงขึ้นไปอีกๆ แล้วก็ขึ้นไปอีกค่ะ
[131]
เปรียบเสมือนฟองสบู่ค่ะ ที่ค่อยๆ ลอยขึ้นไป
[133]
สูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เรื่อยๆ นะคะ
[135]
โดยที่ไม่ได้มีเนื้อในอะไรเลย
[137]
หรือว่าไม่ได้มีความแข็งแรงอะไรเลยค่ะ
[140]
ซึ่งวันนึงฟองสบู่ฟองนั้น
[142]
ก็จะต้องแตกโพละขึ้นไปกลางอากาศนะคะ
[144]
แล้วก็ทิ้งให้กับคนที่รอลุ้นว่า
[146]
ฟองสบู่นั้นเนี่ย จะลอยขึ้นไปถึงไหน?
[149]
ให้รู้ว่า ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรเลย
[151]
มันกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว
[152]
มันกลายเป็นอากาศไปแล้วค่ะ
[154]
เค้าก็เอาลักษณะของฟองสบู่เนี่ยนะคะ
[156]
มาเปรียบเทียบกับการที่ของสิ่งนึงเนี่ย
[158]
มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เรื่อยๆ
[161]
จนกระทั่งถึงจุดนึงเนี่ย คนก็ค้นพบว่า
[163]
เอ้า มันแพงเกินไปแล้ว
[165]
ฉันไม่ได้อยากได้ของสิ่งนี้ในราคาเท่านี้นี่หน่า
[167]
อะไร? แค่อะไรก็ไม่รู้เนี่ย
[169]
ราคาอะไรเป็นล้านนะคะ
[170]
ก็เลยไม่ซื้อค่ะ
[171]
สุดท้ายราคาก็เลยจะดิ่งลงนะคะ พรึบ อย่างรวดเร็ว
[175]
แล้วก็ทำให้คนเนี่ย ที่ซื้อของชิ้นนั้นมาในราคาแพงค้นพบว่า
[179]
เอ้า ของที่ฉันถืออยู่ มันไม่มีค่าอะไรเหลือแล้วจ้า
[182]
นี่แหละค่ะ ก็คือ ที่มาของคำว่า ฟองสบู่แตก นะคะ
[185]
ซึ่งในวันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่องฟองสบู่แตกครั้งแรกๆ ของประวัติศาสตร์กันค่ะ
[190]
บอกเลยว่า เคสนี้นะคะ เป็นเคสที่ดังมากๆ
[192]
แล้วก็เป็น case study ระดับโลกเลยทีเดียว
[195]
เรียกได้ว่า ใครที่เรียนเรื่อง การงงการเงินอะไรต่างๆ
[198]
ถ้าพูดถึงเรื่องฟองสบู่ จะต้องนึกถึงเคสนี้แน่นอนค่ะ
[201]
นี่ก็คือ เคสของ Tulip Mania
[203]
หรือว่า ความคลั่งดอกทิวลิป นั่นเองนะคะ
[206]
ปกติเวลาเราพูดถึงดอกทิวลิป หรือว่า ทุ่งทิวลิปกันเนี่ย
[209]
เราก็มักจะนึกถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ถูกต้องไหมคะ?
[212]
แต่ทุกคนรู้ไหมว่า ก่อนศตวรรษที่ 17 เนี่ย
[214]
ชาวเนเธอร์แลนด์ไม่รู้จักทิวลิปค่ะทุกคน
[217]
นอกจากชาวเนเธอร์แลนด์จะไม่รู้จักแล้ว
[219]
ชาวยุโรปก็ไม่รู้จักเหมือนกันนะคะ
[221]
เพราะว่าจริงๆ ทิวลิปเนี่ย ไม่ใช่ดอกไม้พื้นถิ่นของทางยุโรปค่ะ
[225]
แต่ว่าเป็นดอกไม้พื้นถิ่นของทางตะวันออกกลางนะคะ
[227]
ก็มีถิ่นกำเนิดอยู่แถวๆ อิรัก ตุรกี อะไรประมาณนี้ค่ะ
[231]
ในช่วงประมาณศตวรรษที่ 17 นี่แหละ
[233]
สุลต่านแห่งตุรกีค่ะ
[234]
ก็เป็นคนนำเอาดอกทิวลิปเนี่ยนะคะ เข้ามาที่ยุโรป
[238]
มาทำให้ชาวยุโรปรู้จักเนี่ยแหละค่ะ
[240]
ถ้าใครไม่เชื่อเนี่ย ดูภาพนี้
[241]
เห็นไหม? พวกจิตรกรรม
[243]
พวกงานศิลปะของชาวตะวันออกกลางในยุคนั้นเนี่ย
[246]
มีรูปทิวลิปอยู่เต็มไปหมดเลยนะคะ
[249]
ปรากฏว่า พอมีดอกไม้หายากเข้ามาเนี่ยนะคะ
[251]
ชาวยุโรปก็ชอบกันค่ะ
[253]
ก็ตามสไตล์แหละ
[255]
คนได้ของหายากมานะคะ ก็จะต้องให้ค่ากับมันใช่ไหม?
[258]
สำหรับใครที่ไม่เก็ทสิ่งนี้ว่า
[259]
ชาวยุโรปเนี่ยบ้าคลั่งการสะสมต้นไม้ยังไง
[262]
ก็อย่าลืมไปดูคลิป ความลับในสวน ของวิวนะคะ
[264]
ในนั้นเล่าเอาไว้หมดแล้วแหละว่า
[266]
เออ ชาวยุโรปเค้ากำลังเริ่มสะสมพันธุ์พืชอะไรกัน ยังไงบ้างค่ะ
[269]
ตัดภาพกลับมาที่ทิวลิปของเราต่อนะคะ
[272]
แปลง่ายๆ ค่ะ
[273]
พอมีดอกไม้แปลกประหลาดเข้ามา
[274]
ชาวยุโรปโดยเฉพาะที่เป็นผู้ดีเนี่ย ก็ตื่นเต้นกันนะคะ
[277]
ก็รู้สึกว่า เฮ้ย ของมันต้องมีแก
[280]
ฉันจะต้องมีดอกทิวลิปเอาไว้ปลูกประดับหน้าบ้านเป็นสวน
[283]
คนจะได้รู้ว่า ฉันรวย ฉันมีเงิน
[285]
ฉันไปซื้อดอกไม้จากประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไปได้นะคะ
[289]
เรียกได้ว่า ทิวลิปกลายเป็นอุปกรณ์อวดรวยกันค่ะ
[292]
อ่ะ ทีนี้เราก็รู้กันแล้วนะคะว่า
[294]
ดอกทิวลิปเนี่ย เข้ามาอยู่ในยุโรปได้ยังไง?
[296]
และทำไมดอกทิวลิปถึงมีราคาแพง?
[297]
แต่อยากรู้กันไหมคะว่า แล้วมันเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่ดอกทิวลิปได้ยังไง?
[301]
จากเดิมดอกทิวลิปที่แพงพอประมาณเนี่ย
[303]
อยู่ดีๆ ทำไมมันถึงแพงแบบ อู้หู แพงกระฉูด
[307]
แพงจนเรียกได้ว่า คนแทบจะฆ่าตัวตายกันเลยทีเดียวนะคะ
[310]
ก่อนจะไปฟังว่า เกิดอะไรขึ้นในประวัติศาสตร์เนี่ย
[313]
เราต้องมาดูวงจรชีวิตของดอกทิวลิปกันก่อนค่ะ
[316]
ดอกทิวลิปเนี่ย เป็นดอกไม้ที่ใช้เวลาในการปลูกค่อนข้างมากนะคะ
[320]
ไม่ใช่ว่า โยนๆ เมล็ดลงไป
[321]
เอ้า ปีสองปีออกดอก ออกทั้งปีนะคะ
[323]
บอกเลยว่า ไม่ใช่ค่ะ
[325]
เพราะว่าทิวลิปเนี่ย เป็นต้นไม้ที่หลังจากที่ปลูกไปเนี่ยนะคะ
[328]
จะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-8 ปีในการออกดอกค่ะ
[332]
ซึ่งดอกทิวลิปเนี่ย ก็ไม่ได้ออกดอกตลอดทั้งปีด้วยนะคะ
[335]
ปกติดอกทิวลิปเนี่ย จะบานเฉพาะช่วงหน้าร้อนค่ะ
[338]
ก็ช่วงประมาณเดือนมิถุนาถึงสิงหาคมนะคะ
[341]
ซึ่งลักษณะต้นของดอกทิวลิปเนี่ย ก็อย่างที่เราคุ้นเคยกันดีแหละ
[345]
มันจะเป็นใบๆ ใช่ไหม?
[346]
แล้วก็มีดอกตั้งออกมา
[347]
เพราะว่าจริงๆ ทิวลิปเป็นพืชประเภทที่มันมีหัวอยู่ใต้ดินค่ะ
[351]
ซึ่งไอ้หัวนี้ก็จะเป็นลักษณะคล้ายๆ พวกว่านสี่ทิศ
[353]
อะไรพวกอย่างนี้ค่ะ
[354]
หน้าตามันจะเหมือนหัวหอมนิดนึง แบบที่เห็นอยู่ในภาพนะคะ
[357]
ถ้าสมมติว่า เราปลูกจากเมล็ดนี่ต้องใช้เวลา 7-8 ปี ถูกไหม?
[361]
แต่ถ้าสมมติว่า เราเอาไอ้หัวทิวลิปอันนี้ เอาไปปลูก ปึ้ง ขึ้นมาเนี่ย
[365]
ก็ 1 ปี ก็จะได้ดูดอกแล้ว ใช่ไหมคะ?
[367]
เพราะว่ามันก็แค่งอกใบขึ้นมาค่ะ
[369]
ทีนี้ปกติทิวลิปจะบานช่วงเดือนมิถุนาถึงสิงหาคมใช่ไหมคะ?
[373]
หลังจากทิวลิปบานไปแล้วเนี่ย
[374]
สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ หัวที่อยู่ใต้ดิน นั่นเองค่ะ
[377]
ซึ่งก็จะออกดอกสีเดิมในปีหน้าใช่ไหม?
[380]
คนก็สามารถขุดไอ้หัวทิวลิปอันนี้ เอาไปย้ายที่ปลูก
[383]
เอาไปปลูกในที่ที่ตัวเองต้องการได้ค่ะ
[385]
ใครอยากได้ทิวลิปที่แบบ อ่ะ ปลูกปุ๊บ ปีหน้าออกดอกเลย
[389]
เค้าก็จะไปซึ้อไอ้หัวทิวลิปอันนี้นี่แหละ
[391]
ฟังดูก็เป็นต้นไม้ปกติ
[392]
เอ้า ก็อยากได้ต้นไม้ ก็ไปซื้อต้นไม้ แล้วก็มาปลูกต้นไม้
[395]
แล้วมันมีปัญหาอะไรนะคะ?
[397]
บอกเลยว่า ปัญหามีทั้งหมด 2 ข้อด้วยกันค่ะ
[399]
ข้อแรกเนี่ย เราคุยกันไปหลายรอบแล้ว
[401]
ว่าทิวลิปเนี่ย เป็นดอกไม้หายาก เพราะว่าในยุโรปไม่มี
[404]
ก็เลยยังมีจำนวนจำกัดอยู่นะคะ
[406]
คือก็ขยายพันธุ์ได้บ้างแล้วแหละ
[407]
แต่ว่าเนื่องจากมันไม่ได้มีทั่วไป แบบเดินไปที่ไหนก็เจอไง
[410]
ดังนั้นมันก็มีจำกัดอยู่จำนวนนึงนะคะ
[412]
ส่วนข้อที่สองค่ะ
[413]
ก็คือ ไม่ใช่ว่าทิวลิปทุกสีเนี่ย จะแพงเท่ากันนะคะ
[417]
เพราะว่าทิวลิปแต่เดิมเนี่ย ก็เป็นทิวลิปที่มีสีพื้นธรรมดาทั่วไป
[421]
อ่ะ หน้าตาเป็นทิวลิปสีแดง สีเหลือง ชมพูอะไรก็ว่าไปนะคะ
[425]
แต่ปัญหาก็คือ มันมีการเพาะพันธุ์ทิวลิป
[428]
แล้วก็มีการแบบว่า เอาทิวลิปอันน้ีมาผสมกับอันนี้ดูซิ
[431]
แล้วก็มีแบบไวรัสทิวลิปเข้าไปกัดกินดอกอีก อะไรต่างๆ
[435]
ทำให้เกิดทิวลิปสีแปลกๆ ขึ้นมามากมายค่ะ
[438]
ซึ่งไอ้ทิวลิปสีแปลกๆ เนี่ย คือตัวที่หายากขึ้นไปอีกขึ้นนึงนะคะ
[442]
ยกตัวอย่างเช่น พันธุ์นี้เลย ที่วิวขึ้นรูปให้ดูเนี่ย
[445]
เห็นไหมว่า มันแปลกขนาดไหน?
[446]
มันเป็นทิวลิปที่ดอกบิดนะคะ
[448]
แล้วก็ 1 ดอกเนี่ย ประกอบไปด้วยมากกว่า 1 สี
[451]
เพราะว่านี่คือ ทิวลิปพันธุ์ที่โดนแบบไวรัสทิวลิปกินค่ะ
[454]
ทีนี้ปกติ ถ้าเราพูดถึงอะไรที่เป็นโรคเนี่ย มันมักจะราคาตกใช่ไหม?
[458]
แต่กรณีทิวลิปเนี่ย ไม่เหมือนกันค่ะ
[460]
เพราะว่าทิวลิปที่เป็นโรคเนี่ย มันแปลกไงทุกคน
[462]
ดังนั้นไอ้ทิวลิปหน้าตาแบบนี้ ก็เลยเป็นทิวลิปที่แพงเป็นพิเศษนั่นเองค่ะ
[467]
ซึ่งแน่นอนนะคะ ฟังมาถึงตอนนี้เราน่าจะเริ่มเข้าใจกันแล้วว่า
[470]
โอ๊ะ มันมีของ rare ค่ะทุกคน
[472]
มันมีของที่มันหายากกว่าปกติ
[474]
ซึ่งถ้าสมมติว่า เราอยากซื้อของที่มันหายากกว่าปกติ
[478]
เราจะต้องทำยังไงกันคะ?
[479]
แน่นอนว่า เราก็จะต้องไปซื้อให้เร็วที่สุดใช่ไหม?
[482]
เปิดขายปุ๊บ ฉันไปต่อคิวรอเลย
[484]
หรือว่า เอ้า ยังไม่เปิดขาย งั้นฉันไปจองก่อนก็ได้นะคะ
[488]
เช่นเดียวกันค่ะ มันก็เลยเกิดการจองซื้อดอกทิวลิปขึ้นนะคะ
[491]
แทนที่แต่ก่อนเนี่ย จะรอ อ้อ ดอกออก
[493]
อ่อ ดูละ ต้นนี้สีแดง
[495]
อ่ะ เดี๋ยวดอกเหี่ยวปุ๊บ ฉันจองต้นนี้จ้ะ
[497]
ขุดหัวมา แล้วเดี๋ยวปีหน้าฉันเอาไปปลูก
[499]
ก็เกิดเป็นการพยายามเร่งกันไปจองค่ะ
[502]
อ่ะ ฉันจองก่อน
[503]
ไม่ ฉันมีคนมาจองก่อน จองๆๆๆ
[506]
ถึงขนาดที่ว่า บางคนเนี่ยนะคะ
[507]
ไปจองหัวทิวลิปล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้เลยว่า
[511]
ทิวลิปดอกนี้ ออกดอกมาจะเป็นสีอะไรค่ะ
[513]
แค่เดากันว่า เอาล่ะ ดูจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ละ
[516]
มันน่าจะออกมาเป็นสีนี้แหละ
[518]
จองเก็งกำไรไว้ก่อนเลย
[519]
เชื่อว่า เดี๋ยวมันบานออกมาเนี่ย มันจะต้องกลายเป็นดอกไม้หายากแน่ๆ
[522]
แล้วเดี๋ยวราคาของไอ้ดอกทิวลิปเนี่ย ก็น่าจะแพงขึ้นนะคะ
[526]
คือมันเริ่มมีคนเก็งกำไรค่ะทุกคน
[529]
คนสมัยก่อนก็เหมือนกับเรานี่แหละค่ะ
[531]
ยกตัวอย่างง่ายๆ
[531]
เกิดวิวบอกทุกคนว่า เอาล่ะ ทุกคน
[533]
รู้ไหมว่า ตอนนี้แกงเขียวหวานหน้าบ้านพวกเราเนี่ย
[536]
ถุงละ 10 บาท
[537]
แต่ว่าตอนเที่ยงเนี่ยนะ ราคามันจะขยับขึ้นเป็นถุงละ 20 บาท
[541]
คิดว่าทุกคนถ้ามีเวลาว่าง จะทำไหม?
[544]
จะเดินออกไปหน้าบ้าน ไปซื้อแกงเขียวหวาน
[546]
แล้วเก็บไว้ไม่กี่ชั่วโมง
[547]
แล้วก็ขายทิ้ง แล้วเอากำไร 10 บาทไหมคะ?
[549]
เชื่อว่า หลายๆ คนก็น่าจะอยากทำเหมือนกับวิวนี่แหละ
[552]
ทีนี้ กรณีดอกทิวลิป เหมือนกันเลยค่ะ
[554]
คือทุกคนเนี่ยรู้ว่า โห ดอกทิวลิปเนี่ยเป็นของหายาก
[557]
ไอ้หัวดอกทิวลิปดอกนี้ ไม่รู้หรอกว่า ออกมามันจะเป็นสีหายากไหม?
[562]
แต่ว่าสันนิษฐานแล้วว่า มันจะต้องเป็นสีหายากแน่ๆ เลย
[564]
ตอนนี้หัวละ สมมติ 10 บาท
[566]
เดี๋ยวปีหน้าเนี่ยนะ ตอนที่ดอกมันออก
[569]
หัวนี้มันจะกลายเป็นราคา 100 บาท
[570]
คิดว่า เค้าจะไปซื้อเก็บไว้ไหม?
[572]
แน่นอนค่ะว่า เค้าจะต้องไปซื้อเก็บไว้ใช่ไหมคะ?
[575]
ก็เลยเกิดเป็นการเก็งกำไรแบบนี้นี่แหละ
[577]
มีการแบบจองซื้อดอกทิวลิป ทำสันยงสัญญาว่า
[580]
ต้นนี้ขึ้นมาแล้วจะต้องขายให้ฉันเท่านั้นนะ อะไรแบบนี้เกิดขึ้น
[584]
ก็เป็นขบวนการเก็งกำไรกันไปค่ะ
[587]
พูดง่ายๆ นะ แบ่งเป็นฝั่งคนซื้อกับคนขาย
[589]
ฝั่งคนซื้อเนี่ย ก็จะต้องมีการเก็งกำไรว่า
[592]
ไปเดินดู อุ๊ย อันนี้ คนขายมันน่าจะไม่รู้
[595]
แต่ว่ามันออกมาเนี่ย เป็นสีแพงแน่ๆ เลย
[597]
ฉันซื้อไว้ก่อนเลย แพงแค่ไหนฉันก็สู้
[599]
ส่วนฝั่งคนขายเนี่ย เค้าก็ไม่ได้โง่ค่ะ
[601]
คนขายเค้าก็แบบ หู อันนี้ ดอกที่ฉันกำลังจะปลูกเนี่ยนะ
[604]
มันจะต้องออกมาเป็นสีแพงแน่ๆ เลย
[606]
แหม เธอมาซื้อแค่ราคาแค่นี้ ฉันไม่ยอมหรอก
[609]
เอ้า ฉันขายแพงกว่านั้นอีก
[611]
ก็เลยเป็นการแบบ Top up ราคากันไปเรื่อยๆ ค่ะ
[613]
สุดท้ายดอกทิวลิปนะคะ
[614]
ก็เลยออกมาราคาแพงมากพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ
[618]
ซึ่งแน่นอนนะคะ ตามกลไกตลาดค่ะ
[620]
ยิ่งคนเข้ามาซื้อมาก ยิ่งคนพยายามแย่งกันมาก
[623]
ราคาดอกทิวลิปก็จะต้องสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ใช่ไหมคะ?
[626]
อารมณ์เหมือนกับการประมูลใช่ไหมคะ?
[628]
อ่ะ ดอกทิวลิปมีแค่ 10 ดอก
[629]
คนนี้บอกว่าให้ 10 บาท
[631]
อีกคนบอก ไม่ ขายให้ฉันเถอะ ฉันให้ 20
[633]
อีกคนบอก ไม่ ฉันเอา 30
[635]
สุดท้ายราคาดอกทิวลิปจาก 10 บาท ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆๆ
[638]
ไปอย่างนี้นี่แหละค่ะ
[640]
เรียกได้ว่า เป็นการปั่นกำไรที่มั่วกันพอสมควรเลยนะคะ
[643]
แล้วถามว่า ปั่นกำไรแบบนี้ ทำให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น?
[646]
สิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ ไล่ทีละปีเลยค่ะ
[648]
เริ่มจากปี 1634 นะคะ
[650]
ราคาของทิวลิป 1 หัวเนี่ย อยู่ที่ราคา 1 ทิลเดอร์นะคะ
[654]
ก็ประมาณ 18 บาทด้วยกันค่ะ
[656]
แต่ว่าในปีถัดไปนะคะ ในปี 1635 เนี่ย
[659]
ราคาหัวทิวลิปเนี่ย จากการปั่นขึ้นมาค่ะ ปั่นๆๆ
[663]
มันก็พุ่งขึ้นไปนะคะ อยู่ที่ 25-40 ทิลเดอร์เลยทีเดียว
[667]
ก็กำไร 40 เท่า
[668]
สมมติว่าใครซื้อหัวทิวลิปไว้ปีที่แล้ว
[670]
ปีนี้เอามาขายได้ตังค์เพิ่มขึ้น 40 เท่านะคะ
[673]
พอคนเห็นแบบนั้นปุ๊บ โอโห้ แน่นอนค่ะ
[676]
คนก็คิดแล้วว่า ปีนี้เด้ง 40 ปีหน้าจะเด้งเท่าไหร่?
[680]
ก็เข้าซื้อดอกทิวลิปกันมากขึ้นเรื่อยๆๆ นะคะ
[683]
จนกระทั่งในที่สุดค่ะ ในปี 1636 เนี่ย
[686]
ราคาหัวทิวลิปบางหัวนะ ที่หายากเนี่ย
[689]
พุ่งขึ้นไปนะคะ ถึงประมาณ 100-150 ทิลเดอร์เลยทีเดียวค่ะ
[694]
จาก 1 ทิลเดอร์ 2 ปีที่แล้วนะ
[696]
พุ่งมาตอนนี้เป็น 150 แล้วนะคะ
[698]
เท่านั้นยังไม่จบค่ะ
[700]
ในช่วงปี 1637 เนี่ย
[702]
ราคาหัวดอกทิวลิปที่แพงๆ เนี่ยนะคะ
[705]
ก็ยังพุ่งต่อไปอีกค่ะ
[706]
เค้าว่ากันว่า มันพุ่งขึ้นไปถึงหัวละ 200 ทิลเดอร์เลยทีเดียวนะคะ
[711]
ก็เรียกได้ว่า โหดมากๆ เลยทีเดียวค่ะ
[713]
ทีนี้ถามว่า แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?
[715]
แน่นอนค่ะว่า ไอ้พวกที่มาซื้อดอกทิวลิปตอนนี้
[718]
ไม่ได้ชื่นชมดอกทิวลิป และไม่ได้สนใจเลยว่า
[720]
อ่อ ฉันจะซื้อไปปลูกที่บ้านให้มันดูสวยๆ
[723]
แต่นี่คือการเก็งกำไรแล้วนะคะว่า
[725]
โอ้โห ทำไปเพื่อกำไรล้วนๆ เลย
[727]
ดังนั้นเนี่ยนะคะ บางคนพอเห็นราคาดอกทิวลิปแพงขึ้นเรื่อยๆ เนี่ย
[731]
ก็รู้สึกว่า ถ้าฉันเข้าไปซื้อดอกทิวลิปเก็บไว้นะ
[734]
เก็บไว้ 1 ปี ขายปีหน้าเนี่ย
[735]
อูหู ฉันรวยแน่ๆ เลย
[737]
แต่ว่าปัญหาคือ ตอนนี้ฉันไม่มีตังค์ ทำยังไงดี?
[740]
ไม่มีตังค์ไปซื้อดอกทิวลิปนะคะ
[741]
แต่ว่าตอนนี้มันเป็นโอกาสดีๆ ที่จะทำให้ฉันรวย
[744]
ดังนั้นค่ะ คนพวกนี้ก็เลยเริ่มทำอะไรบางอย่าง
[746]
ที่จะนำไปสู่ความฉิบหายนะคะ
[748]
ก็คือ ไปกู้ค่ะ เพื่อมาซื้อดอกทิวลิปนะคะ
[752]
บางคนก็ไปกู้เงินมา
[754]
บางคนก็ตัดสินใจว่า เอาล่ะ ไม่มีเงินก็เอาหลักทรัพย์ไปวางสิ
[757]
ก็ใช้พวกหลักทรัพย์ต่างๆ ที่ตัวเองมีเนี่ย
[759]
วางเข้าไป เพื่อแลกเปลี่ยนกับดอกทิวลิปค่ะ
[762]
ยกตัวอย่างง่ายๆ
[763]
ยุคแรกๆ ก็อาจจะแบบเอาวัวของฉันไปตัวนึง
[766]
แลกกับทิวลิป 3 หัวไหม?
[767]
อะไรแบบนี้นะคะ
[768]
เค้าว่ากันว่า ที่มีการบันทึกไว้โหดที่สุดเนี่ยนะคะ
[771]
ก็คือ มีคนเนี่ย ยอมแลกที่ดินนะคะ
[774]
ถึง 30 ไร่ด้วยกันเนี่ย
[776]
เพื่อแลกกับไอ้หัวทิวลิปพันธุ์หายากที่วิวบอกเนี่ย
[779]
แค่ 1 หัวด้วยกันค่ะ
[781]
ดังนั้นทิวลิป 1 หัวเนี่ย แพงเท่ากับที่ดิน 30 ไร่เลยทีเดียวนะคะ
[785]
คือไอ้คนที่เอามาแลกเนี่ย เค้าก็คงคิดว่า
[788]
สีนี้มันหายากแก เดี๋ยวปีหน้านะ ฉันขายได้นะ
[791]
ฉันได้เงินเยอะกว่าราคาที่ดิน 30 ไร่ของฉันอีก
[794]
แล้วเดี๋ยวฉันเอาไปซื้อที่ดินใหม่ กี่ไร่ก็ได้นะคะ
[797]
นี่คือ สิ่งที่คนในสมัยนั้นคิดกันค่ะ
[799]
แต่ว่าอย่างไรก็ตามนะคะ
[801]
มีเกิดก็ต้องมีดับค่ะทุกคน
[803]
สุดท้ายหลังจากที่มีการปั่นราคาดอกทิวลิปขึ้นไป สูงขึ้นเรื่อยๆๆ
[808]
จนกระทั่งวันนึงนะคะ มันก็เกิดเหตุการณ์ที่ว่า
[811]
คนเนี่ยเริ่มรู้สึกกันแล้วว่า เฮ้ย พวกเราทำอะไรกันอยู่อ่ะ?
[814]
ทิวลิปเนี่ย มันแพงไปหรือเปล่า?
[816]
แล้วถ้าฉันซื้อมาในราคานี้ ปีหน้าฉันจะขายได้จริงๆ ไหมนะคะ?
[819]
ดังนั้นนะคะ มันก็มีเหตุการณ์วันนึงค่ะ
[821]
ที่เกิดขึ้นในร้านเหล้านะคะ
[823]
ที่มีการเสนอขายทิวลิปเนี่ย
[824]
ปกติเนี่ยเวลามีคนบอกว่า
[826]
ฉันมีหัวทิวลิปมาขาย 100 ทิลเดอร์ ใครจะซื้อบ้าง?
[829]
ก็จะมีคนยกมือเต็มไปหมดใช่ไหม?
[831]
ฉันซื้อ 100 ฉันซื้อ 120
[833]
ฉันซื้อ 200 นะคะ
[834]
แต่วันนี้ค่ะ เสนอขายไป ปึ้ง
[837]
ไม่มีใครตอบรับ เงียบกริบทั้งร้านเหล้านะคะ
[840]
คือคนเนี่ย มันเริ่มรู้สึกไปแล้วว่า
[842]
แพงไปแล้วป้ะวะ?
[844]
ไม่เอาอ่ะ ซื้อไม่ไหว
[845]
ตังค์ก็ไม่มี ซื้อไป ไปขายจะได้กำไรหรือเปล่านะคะ
[848]
ดังนั้นพอเกิดความเงียบขึ้นค่ะ ปัญหาก็เริ่มตามมาค่ะ
[852]
ซึ่งเรื่องราวนี้นะคะ เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1637 ค่ะ
[856]
หลังจากที่มีคนๆ แรกเนี่ย เริ่มกลัวการซื้อทิวลิป
[860]
เริ่มรู้สึกว่า การซื้อทิวลิปเนี่ย ไม่คุ้มแล้วนะคะ
[862]
บรรยากาศการลงทุนก็เปลี่ยนไปค่ะ
[865]
เพราะว่าคนที่อยู่ในตลาดซื้อขายทิวลิปเนี่ย
[867]
เริ่มเห็นตัวอย่างแล้วว่า เอ้า แก แกเห็นคนนั้นป้ะ?
[870]
คนนั้นมันซื้อทิวลิปมา พันธุ์หายากด้วย
[873]
ปกติมันต้องมีคนรับซื้อแน่ๆ เลย
[875]
แต่วันนี้มันไม่มีคนรับซื้อว่ะ
[876]
แล้วไอ้ทิวลิปที่ฉันกำลังจะไปซื้ออ่ะ
[878]
ถ้ามันขายไม่ออก ทำไงวะ?
[880]
ดังนั้นนะคะ สุดท้ายความกลัวเกิดขึ้นในใจของคนค่ะ
[883]
คนก็เลยเริ่มรู้สึกว่า เอาล่ะ เออ ขายๆ ได้เท่าไหร่ ก็ขายๆ ไปแล้วกัน
[887]
ตอนแรกเนี่ย ตั้งราคาไว้ 250 มีคนมาซื้อ 200
[890]
เอ้า ขายไปละกัน
[891]
ไอ้คนข้างๆ เห็นคนนี้ขาย 200
[893]
เอ้า ตายล่ะ ฉันต้องขาย 200 บ้างแล้ว
[895]
เอ้า 200 ไม่มีคนซื้อ เอ้า ฉันยอมขาย 150 เลยนะคะ
[898]
สุดท้ายนะคะ จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เนี่ย
[901]
ก็เลยทำให้ราคาของหัวทิวลิปเนี่ยนะคะ
[903]
ร่วงกราวรูดเลยทีเดียวค่ะ
[905]
จากที่ขึ้นไปแบบ 100 150 200 นะคะ
[908]
ร่วงลงมาเป็นราคา 1-2 ทิลเดอร์ตามที่มันควรจะเป็น
[912]
ภายในครึ่งปีเท่านั้นค่ะ
[914]
ส่วนหลังจากนั้นนิดหน่อยเนี่ยนะคะ
[915]
เสียดายมากๆ ค่ะที่วิวหาข้อมูลไม่ได้ว่า
[917]
แล้วราคาของหัวทิวลิปเนี่ย มันลดยังไงต่อนะคะ?
[920]
แต่ว่าเรามีข้อมูลค่ะว่า 100 ปีถัดไปจากเหตุการณ์นั้นเนี่ยนะคะ
[924]
ราคาของหัวทิวลิปเนี่ย มันลดลงไปโหดถึงขนาดที่ว่า
[927]
ราคาทิวลิป 1 หัวเนี่ย ก็คือ 0.1 ทิลเดอร์เท่านั้นนะคะ
[931]
พูดง่ายๆ ก็คือ 1 ทิลเดอร์เนี่ย จากเดิมที่ซื้อได้ 1 หัว
[934]
กลายเป็นซื้อได้ 10 หัวด้วยกันค่ะ
[936]
และหนักกว่านั้นนะคะ
[937]
ในสมัยปัจจุบันนี้ เค้าบอกว่า 1 ทิลเดอร์เนี่ยนะคะ
[939]
ก็ซื้อหัวของดอกทิวลิปได้ถึง 100 หัวด้วยกันค่ะ
[943]
ก็เรียกได้ว่า 1 ทิลเดอร์นี่ปลูกได้เป็นทุ่งเลยจ้า
[946]
จากเดิมที่ทั้งทุ่งนี่ราคาเท่ากับ 1 หัวนะคะ
[948]
ถ้าสมมติว่า ใครที่เป็นนักลงทุน เป็นพวกแบบเล่นหุ้นต่างๆ
[952]
แล้วถือคติว่า ไม่ขาย ไม่ขาดทุนนะคะ
[954]
ขอให้ดูราคาของไอ้ดอกทิวลิปเนี่ยไว้ให้ดีค่ะ
[957]
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ เลยทีเดียวนะคะ
[959]
ทีนี้ถามว่า ปัญหาของการที่กราฟราคาทิวลิปเนี่ย
[962]
มันหักลง ปึ๊ก เนี่ยคืออะไรนะคะ?
[964]
เอาแค่ตอนที่สมัยมันหักตอนนั้นนะคะ
[967]
นึกสภาพว่า เรามีของอยู่ชิ้นนึง
[969]
แล้วเรามั่นใจมากว่า ของชิ้นนี้นี่แหละ ราคาแพงมาก
[972]
เดี๋ยวในอนาคตนะ เราจะเอาไปขาย
[974]
มาซื้อข้าวกิน หรืออะไรต่างๆ
[976]
แล้วอยู่ดีๆ ของชิ้นนั้นเนี่ย ไม่มีราคาขึ้นมานะคะ
[978]
มันก็ทำให้เราเนี่ย เจ๊งค่ะ
[980]
หมดตัว
[981]
แล้วก็รู้สึกว่า เอ้า อยู่ดีๆ ทรัพย์สินที่ฉันมีก็ไม่เหลืออะไรเลย
[984]
ฉันไม่มีเงินเหรอ? ฉันไม่มีอะไรเลย
[986]
เหลือแค่ตัวเปล่าๆ นะคะ
[988]
ดังนั้นค่ะ เศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ช่วงนั้น
[990]
ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการปั่นราคาดอกทิวลิปเนี่ย
[993]
ก็เลยซบเซากะทันหันเลยนะคะ
[995]
ทุกคนแบบไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เพราะอะไร?
[997]
เพราะว่าไม่มีเงินไปจับจ่ายใช้สอยค่ะ
[999]
พอคนเนี่ยไม่มีเงินไปจับจ่าย
[1001]
แน่นอนว่า คนที่ขายของให้กับคนพวกนี้
[1003]
ก็ไม่มีเงินไปจับจ่ายต่ออีกทีนะคะ
[1005]
สุดท้าย เศรษฐกิจมันก็เลยเหมือนกับพังไปทั้งระบบเลยทีเดียวค่ะ
[1009]
ซึ่งไอ้เรื่องดอกทิวลิป หรือว่า Tulip Mania เนี่ย
[1011]
เค้าบอกว่า เป็นหนึ่งในสาเหตุเลยนะคะ
[1014]
ที่ทำให้เนเธอร์แลนด์เนี่ย ออกจากยุคทองค่ะ
[1016]
ถ้าใครไม่เก็ทนะว่า เนเธอร์แลนด์เคยมียุคทองที่รุ่งเรืองขนาดไหน
[1020]
ให้ไปดูคลิป ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น นะคะ
[1022]
ที่วิวสรุปมาแล้วว่า ตลาดหุ้นเกิดขึ้นจากอะไร?
[1025]
จะเห็นว่า จริงๆ แล้ว เนเธอร์แลนด์เนี่ยเคยยิ่งใหญ่มากๆ นะคะ
[1027]
แต่ก็มาเจ๊งเพราะว่า ไอ้ดอกทิวลิปนี่แหละค่ะ
[1030]
อย่างไรก็ตามนะคะ ในความแย่ก็ยังมีความดีค่ะ
[1033]
ก็คือ แม้ว่าราคาดอกทิวลิปเนี่ย จะตกต่ำมากๆ
[1035]
แต่ว่าชาวเนเธอร์แลนด์ก็ยังชอบดอกทิวลิปอยู่ค่ะ
[1038]
ดังนั้นนะคะ ชาวเนเธอร์แลนด์ก็เลยปลูกทิวลิปกันกระจุยกระจาย
[1041]
เป็นทุ่ง เป็นทิว เป็นแถวนะคะ
[1043]
สุดท้ายค่ะ ดอกทิวลิปก็เลยกลายเป็นเหมือนแบบ
[1045]
เป็นสัญลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์นะคะ
[1048]
และในทุกวันนี้ ทุ่งดอกทิวลิปที่เนเธอร์แลนด์นี่แหละ
[1050]
ก็กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
[1052]
ที่ทำให้ชาวต่างชาติเนี่ย เดินทางไปเที่ยวกันมากมาย
[1055]
แล้วก็กลายเป็นแหล่งรายได้ของชาวเนเธอร์แลนด์นั่นเองค่ะ
[1058]
และทั้งหมดนี้นะคะ ก็คือ เรื่องราวของ Tulip Mania
[1061]
หรือว่า ฟองสบู่ดอกทิวลิป
[1063]
ที่อยู่ดีๆ ระเบิดโพละ กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า
[1066]
เป็นครั้งแรกๆ ของประวัติศาสตร์โลกค่ะ
[1068]
หวังว่าทุกคนจะชอบคลิปพิเศษคลิปนี้ของวิวนะคะ
[1070]
ถ้าใครชื่นชอบคลิปนี้ อย่าลืมกดไลก์เป็นกำลังใจให้วิว
[1073]
แล้วก็กดแชร์เพื่อชวนเพื่อนๆ มาดูด้วยกันค่ะ
[1075]
แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้านะคะทุกคน
[1077]
บ๊าย บาย สวัสดีค่า
[1079]
เป็นไงล่ะ บอกทุกคนไปว่า ปีนี้จะไม่มีคลิปแล้ว
[1082]
ปีนี้จะเหลือแค่ขุนช้างขุนแผน
[1084]
สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ขออนุญาตยกขุนช้างขุนแผนไปที่ปีหน้านะคะ
[1087]
ส่วนปีนี้ ดูคลิปพิเศษของวิวไปก่อนน้า
[1090]
แล้วก็สำหรับใครที่ถามนะคะว่า ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน?
[1092]
นี่คือออฟฟิศใหม่ของ Point of View นะคะ
[1094]
ซึ่งเรายังไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่
[1095]
ดังนั้นอะไรต่างๆ อาจจะยังไม่พร้อมเท่าไหร่
[1097]
เดี๋ยวในอนาคตน่าจะได้เห็นฉากนี้กันบ่อยมากขึ้นค่ะ
[1100]
วันนี้ลาไปก่อนละกันนะคะทุกคน
[1102]
ขอสวัสดีปีใหม่ทุกคนอีกรอบค่ะ
[1104]
สวัสดีค่า